อาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด (Myofascial Pain): ทำความเข้าใจการฉีด Trigger Point และการฉีดเลาะพังผืดด้วยอัลตราซาวนด์ (Ultrasound-Guided Hydrodissection)
อาการปวดคอ บ่า หลัง หรืออาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง (Myofascial Pain Syndrome) เป็นปัญหายอดฮิตของคนในยุคปัจจุบัน หลายคนพยายามนวด กดจุด หรือฝังเข็มแล้วยังไม่หายขาด แพทย์ผู้ชำนาญการจึงมักแนะนำการระงับปวดด้วยการฉีดจุด Trigger Point เพื่อคลายปมกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเทคโนโลยีการรักษาพัฒนาไปไกลขึ้น ทำให้มีเทคนิคการฉีดที่หลากหลาย เช่น Trigger Point Injection แบบดั้งเดิม และ Trigger Point Injection and fascia release ภายใต้การใช้เครื่อง Ultrasound imaging หรือในอีกชื่อ คือ Hydrodissection ทั้งสองวิธีนี้มีความแตกต่างและจุดเด่นเฉพาะตัวที่ควรรู้ก่อนเลือกรับการรักษา
1. Trigger Point Injection (ฉีดคลายจุดปวดแบบดั้งเดิม): การฉีด Trigger Point Injection แบบดั้งเดิม เป็นวิธีมาตรฐานที่อาศัยความชำนาญของแพทย์ในการใช้มือคลำหา "ปมกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง" (Trigger Point) หรือจุดกดเจ็บ จากนั้นใช้เข็มขนาดเล็กฉีดตัวยา (เช่น ยาชา หรือ Prolotherapy - สารกลูโคสเข้มข้นเพื่อกระตุ้นการซ่อมแซม) เข้าไปที่จุดนั้นโดยตรง
- กลไกการทำงาน: เข็มจะเข้าไปคลายปมกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวแน่น ให้เกิดการคลายตัว (Local Twitch Response) พร้อมลดสารก่อความเจ็บปวดในบริเวณนั้นด้วยยาชาและอาจมีการใช้สารกลุ่ม prolotherapy เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมในบริเวณดังกล่าว
- จุดเด่น: ใช้เวลาทำเร็ว ขั้นตอนไม่ซับซ้อน
- ข้อจำกัด: เนื่องจากไม่ได้ใช้เครื่องมือมองเห็นชั้นกล้ามเนื้อด้านใน จึงเหมาะกับกล้ามเนื้อชั้นตื้นที่คลำเจอจุดกดเจ็บง่าย และต้องเป็นจุดที่ไม่ใกล้อวัยวะ/ ส่วนที่เป็นอันตราย เช่น เส้นประสาทหรือเส้นเลือดใหญ่
2. Trigger Point Injection under Ultrasound (Hydrodissection): เป็นการฉีดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์นำทาง (Ultrasound-Guided) ร่วมกับเทคนิค Hydrodissection แพทย์จะใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์สแกน เพื่อให้มองเห็นชั้นกล้ามเนื้อ ข้อต่อ เส้นประสาท และพังผืด (fascia) แบบ Real-time ก่อนจะใช้แรงดันของน้ำยา (เช่น น้ำเกลือบริสุทธิ์ผสมยาชา หรือสารกลุ่ม prolotherapy) ฉีดไปบริเวณจุดปวด
- กลไกการทำงาน: เข็มจะเข้าไปคลายปมกล้ามเนื้อ (trigger point release) ร่วมกับเลาะพังผืดที่ยึดติดอยู่ออกอย่างนุ่มนวล (fascia release) แรงดันเหลว (Hydro-displacement) จะเข้าไปแยกชั้นกล้ามเนื้อและพังผืดที่เหนียวแน่นออกจากกัน รวมถึงช่วยคลายเส้นประสาทที่ถูกพังผืดหรือกล้ามเนื้อหนาตัวกดทับอยู่ และสามารถใช้ลดการทำงานของเส้นประสาทที่รับความเจ็บปวด (nerve block) ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีการใช้สารกลุ่ม prolotherapy เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมร่วมด้วย
- จุดเด่นด้านความแม่นยำและปลอดภัย: มองเห็นตำแหน่งเข็ม เส้นเลือด และเส้นประสาทตลอดเวลา ช่วยลดความเสี่ยงจากการที่เข็มแทงโดนโครงสร้างสำคัญ
- จุดเด่นด้านการแก้ปัญหาตรงจุด: สามารถเล็งเป้าหมายที่แม่นย้ำในจุดที่ทำให้ปวดทั้งในส่วนของทั้งกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และเส้นประสาท สามารถเลาะพังผืดที่ยึดติดเรื้อรังได้ดี
- ข้อจำกัด: ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางและอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ด้านอัลตราซาวนด์ระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโดยเฉพาะ
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่าง
|
หัวข้อเปรียบเทียบ |
Trigger Point Injection (ทั่วไป) |
Hydrodissection (Under Ultrasound) |
|
การระบุตำแหน่ง |
คลำหาจุดปวดด้วยมือแพทย์ |
สแกนเห็นชั้นกล้ามเนื้อ พังผืด และเส้นประสาทผ่านหน้าจอ Real-time |
|
เทคนิคการฉีด |
ฉีดเน้นจุดปวด/ปมเกร็ง (Trigger Point) |
ฉีดเน้นจุดปวด/ปมเกร็ง (Trigger Point) ร่วมกับใช้แรงดันน้ำยาเลาะแยกชั้นพังผืด (fascia release) และคลายเส้นประสาท และสามารถลดการทำงานของเส้นประสาทที่รับความรู้สึกปวด (nerve block) |
|
บริเวณที่ใช้ |
เหมาะกับกล้ามเนื้อชั้นตื้นที่ไม่ใกล้เคียงกับส่วนที่อันตราย เช่น หลอดเลือด |
กล้ามเนื้อชั้นตื้น และกล้ามเนื้อชั้นลึกที่มีความซับซ้อน หรือใกล้เส้นประสาท หลอดเลือดใหญ่ หรืออวัยวะสำคัญอื่นๆ
|
|
ความปลอดภัย |
ปลอดภัยในจุดทั่วไป |
ปลอดภัยสูงมาก ลดโอกาสโดนอวัยวะสำคัญ |
|
ระยะเวลาและอุปกรณ์
|
ทำได้รวดเร็ว ไม่ซับซ้อน |
ต้องใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ความถี่สูง และความชำนาญเฉพาะทาง |
การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
การเลือกวิธีรักษานั้นขึ้นอยู่กับระดับความซับซ้อนของอาการปวด หากเป็นอาการปวดเฉพาะจุดในกล้ามเนื้อชั้นตื้นจากการเกร็งตัวทั่วไป การฉีด Trigger Point Injection แบบดั้งเดิม จะช่วยคลายปมกล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่า แต่หากมีอาการปวดเรื้อรังยาวนาน หรือไม่ตอบสนองต่อการฝังเข็ม หรือ trigger point injection การเลือกทำ Hydrodissection under Ultrasound จะช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในอย่างชัดเจน จึงสามารถฉีดเลาะพังผืดได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด และปลอดภัยสูงสุด ดังนั้นการเข้าพบแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อตรวจประเมินอาการอย่างละเอียดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์
โทร 0-2677-7077
เฟสบุ๊ค : ADDLIFECenter
ไลน์: @addlife
เว็บไซต์: www.add-life.org

